แผลในกระเพาะอาหาร ภัยร้ายที่ไม่ควรละเลย

แผลในกระเพาะอาหาร
June 17, 2022 0 Comments

                “แผล” หมายถึงการบาดเจ็บที่ทำให้ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อต่างไปจากสภาวะปกติ สามารถเกิดขึ้นได้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่เว้นแม้ในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ภายในที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แตกต่างจากแผลภายนอกโดยสิ้นเชิง จึงไม่สามารถทำแผลหรือสังเกตอาการได้ทุกวัน จำเป็นต้องใช้วิธีรักษาด้วยการกินยาอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุของแผลในกระเพาะ

                 แผลในกระเพาะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กรดเกินในกระเพาะมากเกินไปจนทำลายเนื้อเยื่อ การติดเชื้อแบคทีเรียเอช ไพโลไร (H. Pylori) เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ กินอาหารรสจัด ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด มีความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่กินยาแอสไพรินหลังอาหารแล้วยากัดกระเพาะ เป็นต้น

แผลในกระเพาะอาหารอันตรายกว่าที่คิด

            อาการโดยรวมของแผลในกระเพาะอาหารคือมักจะปวดเสียดท้อง แน่นท้อง กินได้น้อย อิ่มเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน แสบร้อนกลางอก ถ้าปล่อยไว้นานโดยที่ไม่รีบทำการรักษา อาจรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นกระเพาะทะลุ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีไข้ ช็อก และเสียชีวิตได้

                ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแผลเพียงเล็กน้อยนั้นสามารถสร้างผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้มากทีเดียว ดังนั้นเมื่อมีอาการเข้าข่ายว่าอาจจะเป็นแผล ควรรีบพบแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วน เพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาต่อไป

รู้จักยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร

            ด้วยสาเหตุการเกิดที่หลากหลาย ทำให้มีตัวยาหลายประเภทที่สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ เช่น

  • ไซเมทิดีน (Cimetidine) ยา H2-Receptor Antagonists ที่มีทั้งแบบกินและแบบฉีด เช่น ALSERINE INJECTION, ALSERINE 400, ALSERINE 200 เป็นต้น
  • โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) ยาบรรเทาอาการท้องอืด จุกเสียด ท้องเฟ้อ และลดกรดในกระเพาะอาหาร เช่น SODAMINT, CARBO-MINT, GASSOTAB เป็นต้น
  • ยาที่ผสมผสานหลายตัวยา เพื่อลดกรดและเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ บรรเทาอาการท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุก เสียดแน่น เช่น DISSOWEL (Aluminium hydroxide + Magnesium hydroxide + Magnesium trisilicate + Simethicone)

                สำหรับการกินยา ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แนะนำว่า แผลในกระเพาะอาหารมักจะเป็นโรคเรื้อรัง ที่พอเป็นครั้งหนึ่งก็จะวนกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ขึ้นอยู่กับการสัมผัสปัจจัยเสี่ยง ผู้ป่วยจำเป็นต้องกินยารักษาเป็นเวลานานประมาณ 4-8 สัปดาห์ แผลจึงจะหายดี

                ทั้งนี้ แม้ว่าตัวยาเหล่านี้จะหาซื้อได้ทั่วไป แต่ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยา และควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดทุกครั้ง เพราะสาเหตุการเกิดโรคและการรักษาขึ้นกับปัจจัยส่วนบุคคล อาจรักษาด้วยมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดไม่ได้ รวมทั้งในบางครั้ง อาการที่เข้าข่ายการเป็นแผลในกระเพาะ ความจริงแล้วอาจเป็นข้อบ่งชี้ของโรคอื่นก็เป็นได้

เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น

                นอกจากการกินยาแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองด้วย เพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาจอ้างอิงจากผลการวินิจฉัยของตัวเอง เช่น งดกินอาหารรสจัด เลือกกินแต่ของมีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ งดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนทุกชนิด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อลดความเครียดจากการทำงาน เป็นต้น

บทสรุปของแผลในกระเพาะอาหาร

            จากข้อมูลทั้งหมด ‘แผลในกระเพาะอาหาร’ แม้จะมีอาการเริ่มต้นที่ไม่รุนแรงมาก แต่ก็สามารถรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถือเป็นภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้ามหรือเพิกเฉย แต่อย่างไรก็ตาม โรคนี้จะไม่น่ากลัวอย่างที่คิดหากรู้ตัวเร็ว เพราะการกินยาอย่างทันท่วงทีและสม่ำเสมอ  จะช่วยให้อาการให้ดีขึ้นได้